Sumidagawa

ชื่อร้าน : Sumidagawa (すみだ川 )
รายการอาหาร : ロースかつ (Rosukatsu)
เวลาเปิดบริการ : [Mon-Wed-Fri-Sat] 11:00 to 21:00
ที่ตั้งร้าน : Hokkaido , Chuo-ku, Sapporo Minami 2 Jo Nishi 4 Takano 2 – 3F, Japan
พิกัด GPS : 43° 3′ 26.80″ N 141° 21′ 5.20″ E

DSC05176DSC05173

สวัสดีคร๊าบ วันนี้ผมจะมารีวิวร้าน Tonkatsu ร้านเก่าแก่ร้านนึงเลยใน Sapporo ร้านที่ว่านี่อยู่ในแถบ Odori ไม่ไกลจากร้านดงกิโฮเต้ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชอปปิ้งกันมากๆเลยทีเดียว

DSC05171

ตัวร้านอยู่ชั้น 2 และ 3 ของตึกนะครับในรูปเป็นบรรยากาศในชั้น 2 เข้าไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าร้านนี้มันขลัง ความรู้สึกเหมือนเวลาเราไปภัตตาคารเก่าๆที่ไทยแหละครับรู้สึกได้ว่าร้านนี้มันต้องเด็ดแน่นอน (แหงล้ะอยู่กับกาลเวลามาขนาดนี้)

DSC05127

วันที่ผมไปร้าน ถึงที่ร้านประมาณบ่ายโมงได้นะครับวันธรรมดาคนก็นั่งอยู่เต็มร้านเลย (ชั้น2) แล้วช่วงที่นั่งทานอยู่ก็มีลูกค้าเข้าออกเรื่อยๆครับผม

DSC05128DSC05132DSC05136

ロースかつ (Rosukatsu) 1950Yen

เมนูนี้เป็น Rosu (ロース) ซึ่งความหมายของ Rosu ก็คือส่วนของหมูสันนอกนั่นเองฮะ ตัวเนื้อหมูมาแบบไม่แห้งเกินไปแล้วก็จะมีส่วนที่ติดมันมาแบบสะใจเป็นบางส่วนเลยฮะ

DSC05148

ตัวหมูทอดมาได้พอดีๆ เนื้อไม่แห้งเกินไปส่วนตัวแป้งของร้านนี้ผมรู้สึกว่ามันจะต่างจากที่เคยกินมาร้านอื่นคือตัวแป้งมีความเป็นเอกลักษณ์ของความกรอบอยู่ระดับนึง เพลินครับเพลินเมนูนี้

 

ส่วนเครื่องเคียงมีผักสลัด ซุปมิโสะเลมอนไว้บีบทานกับทงคัตซึแล้วก็ผักดองครับผมเครื่องเคียงทานได้      เพลินๆกับทงคัตซึเลยครับ

DSC05150

 

วันนี้มาพร้อมกับรีวิวสั้นๆครับผมโดยรวมแล้วร้านนี้เป็นร้านทงคัตซึที่โอเคร้านนึงเลยใน Sapporo แล้วยังใกล้กับแหล่งช็อปปิ้งในเมืองด้วย แต่ถ้าจะมาลองก็อยากให้เผื่อเวลาไว้หน่อยเพราะเท่าที่เห็นคืออาหารไม่ได้มาเร็วมาก แล้วยิ่งช่วงกลางวันบางทีคนเต็มร้านด้วยครับ ไว้เจอกันใหม่รีวิวหน้าครับผม

 

Advertisements

Nagoyakatei

ชื่อร้าน : Nagoyakatei (なごやか亭)
รายการอาหาร : Kaitenzushi (Ikura/Salmon/Maguro)
เวลาเปิดบริการ : 11:00~22:00
ที่ตั้งร้าน : 9-17-10 Hassamu 6 Jo Nishi-ku Sapporo Hokkaido, Japan
พิกัด GPS : 43° 5′ 18.17″ N 141° 16′ 47.32″ E

DSC04550DSC04512

สวัสดีคร๊าบ วันนี้ผมจะมารีวิวร้านซูชิที่ใส่เครื่องมาเต็มๆแบบล้นเลยนะครับร้านที่ว่านี่อยู่ในแถบสถานี Miyanosawa ซึ่งก็คือสถานีใกล้ๆกับShiroi Kobito Chocolate Factory ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดังอยู่ที่นึงเลยในซัปโปโร

เข้าไปก็รับบัตรคิวแล้วก็รอซักพักนะครับช่วงที่ไปคนไม่ค่อยเยอะเลยรอแค่ประมาณ 10-15 นาทีก็ได้ที่นั่งละครับส่วนราคาของแต่ละจานแต่ละสีผมแนบไว้ข้างบนแล้วนะครับ

DSC04517DSC04518

Maguro จานรวม

เพลินๆครับจานนี้กลิ่นไม่คาวเกินไปส่วนอันขวาสุดเนื้อก็เละไปนิด คล้ายๆจาน Salmon

DSC04519

ネギサーモン(Negi Salmon)/ サーモン(Salmon)/ トロサーモン(Toro Salmon)

จานนี้โอเคเลยครับแต่ว่าตัวแซลมอนที่มาเป็นชิ้นเล็กๆเนื้อจะไม่ค่อยแน่นอกกแนวเละๆหน่อยนอกนั้นเพลินๆอร่อยฮะ

DSC04530DSC04531DSC04531X

Kobore Ikura [573 Yen]

จานนี้เป็นสาเหตุที่ผมมาวันนี้ครับ Ikura มาแบบทะลักเลยทีเดียวหลังจากสั่งเสร็จพนักงานจะมีการตีกลองบอกให้รู้ว่ามีคนสั่งเมนูนี้นะแล้วก็จะมีการโชว์ทำ Ikura ให้เราโดยการตักแบบจริงจังกันมากๆแอบเห็นว่าเกือบหกเลยนะเนี่ย ตัว Ikura มาแบบเด้งๆอร่อยดีครับจานนี้จานเดียวทำเอาหายอยาก Ikura ไปเลย

DSC04534

Nianago Nigiri

เนื้อมาแบบไม่ร่วนเกินไป แต่ว่าซอสแอบหวานเกินไปนิดครับ โดยรวมแล้วโอเคนะ

DSC04536DSC04540DSC04544

โดยรวมแล้วร้านนี้ก็เป็นร้านซูชิที่น่าสนใจในแนวแบบร้านเครื่องเต็มๆอีกร้านนึงเลยครับแล้วด้วยความที่ใกล้กลับสถานีรถไฟของสถานที่ท่องเที่ยวก็ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันนึงแต่อย่าลืมเตรียมเวลานะครับเผื่อมาตอนคนเยอะแล้วต้องรอ ไว้เจอกันรีวิวหน้าครับผม

 

Cafe Hikari-tei

ชื่อร้าน : カフェひかり亭 (Cafe Hikari-tei)
รายการอาหาร : 白老牛のシャリアピンステ一キ (Shiraoigyū no shariapin sutēki)
เวลาเปิดบริการ : [Mon-Sat] 8:30 to 15:30
ที่ตั้งร้าน : Hokkaido , Sapporo Higashi-ku,Kita 8 Johigashi 1-3-15-104, Japan
พิกัด GPS : 43° 4′ 19.58″ N 141° 21′ 20.77″ E

DSC05036

สวัสดีคร๊าบ วันนี้ผมจะรีวิวร้านอาหารใน Sapporoแนว Café ที่มีเซตอาหารกลางวันที่คุ้มค่าพอสมควรครับผมว่าแล้วก็ตามมาเล้ย ร้านนี้เป็นร้านที่ต้องเดินมาจากในเมืองนิดนึงนะครับ แล้วที่สำคัญคือใกล้ๆร้านนี่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรเลยเพราะฉะนั้นถ้าจะมาก็ลองคำนวณเวลาดีๆละกันครับผม

DSC05008

ที่ร้านจะมีเมนูพิเศษของแต่ละวันที่ไม่เหมือนกันครับผมวันที่ผมไปสอบถามจากพนักงานเป็นเมนูแนะนำคือ Set B ก็เลยสั่งตามนั้นไปเลยฮะ

DSC05015

ตอนสั่งจะมีให้เลือกชาหรือกาแฟในเซตด้วยนะครับแล้วเราสามารถเลือกว่าจะรับก่อนหรือหลังอาหารได้ อันนี้ผมจัดไปก่อนเลยฮะ

特別定食 (Tokubetsu teishoku) Special Set meal 600 Yen

白老牛のシャリアピンステ一キ (Shiraoigyūno shariapin sutēki)

DSC05019

เซตนี้เป็น Steak จากเนื้อแถบ Shiraoi ซึ่งอยู่ใน Hokkaido ครับผม ส่วน Shariapin เป็นชนิดของ Steak ที่มีประวัติย้อนไป ปี 1936 เลยทีเดียว

เท่าที่หาข้อมูลมาSteakชนิดนี้เกิดจาก Feodor Chaliapin ซึ่งเป็นนักร้องโอเปร่าแต่ดันมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน อยากกิน Steak ขึ้นมา เลยขอร้องให้ทางเชฟในโรงแรมImperial Hotel ทำ Steak ที่มันเคี้ยวง่ายๆหน่อยทำให้เกิดการคิดค้น Steak แบบที่หมักมาก่อนทำให้เนื้อเคี้ยวง่ายขึ้น

หลักการก็คือการนำเนื้อ Steak ไปหมักด้วย Proteolytic enzyme จากหัวหอมนั่นเองครับผม

DSC05022

ตอนแรกดูจากสภาพเนื้อก็ไม่ได้ดูนุ่มอะไรมากนะครับแต่ว่าพอลองทานไปแล้วเวลาเรากัดนี่จะรู้เลยว่าเนื้อมันนิ่มมากเลยทีเดียว แล้วยังมีมันของเนื้อที่ละลายออกมาตอนกัดอีกจานนี้ถือว่า Surprise พอสมควรครับผมการปรุงรสก็ปรุงมาได้พอดี ไม่เค็มและไม่เลี่ยนมันเกินไป

DSC05021

ส่วนนี่เป็นเครื่องเคียงที่ให้มาในเซตนะครับผมถือว่าเพลินๆผมให้ผ่านทุกอันเลยครับ

漬物 pickles (Tsukemono)

副菜2品Sidedish 2 dishes (Fukusai 2 shina)

味噌汁 Miso soup (Misoshiru)

ヨーグルトYogurt (Yōguruto)

DSC05013

DSC05020

DSC05030

ร้านนี้ส่วนตัวผมชอบราคากับความคุ้มค่าพอสมควรเลยครับแต่อาจจะติดตรงตำแหน่งกับเวลาการเปิดร้านที่ปิดเสาร์อาทิตย์ไปบ้าง แต่ผมว่าก็ยังเป็นร้านที่น่าสนใจร้านนึงเลย จบไปแล้วละครับรีวิวนี้ไว้พบกันใหม่รีวิวหน้าครับผม

Silkroad Yakiniku to Ryouri

ชื่อร้าน : Silkroad (シルクロード) Yakiniku to Ryouri
รายการอาหาร : 特選和牛4種セット (Tokusen wagyū 4-shu setto)
เวลาเปิดบริการ : [Mon-Sat] 12:00~15:00 (Lunch menu until 14:00) [Sunday] 12:00~23:00 Lunch,Late night (After 10 PM)
ที่ตั้งร้าน : 7 Minami 5 Jonishi Chuo-ku Sapporo Hokkaido, Japan
พิกัด GPS : 43° 4′ 19.35″ N 141° 20′ 0.43″ E

DSC04832DSC04833DSC04835

สวัสดีคร๊าบ วันนี้ผมจะมารีวิวร้านเนื้อย่างแถบ Soen ในเมือง Sapporo นะครับ ร้านที่ว่านี่ชื่อเต็มๆก็คือ Silkroad (シルクロード) Yakiniku to Ryouri (Yakiniku and cuisine) ร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องเนื้อย่าง วันนี้กระพ้มเลยขอจัด Lunch set ของที่ร้านเลยละกัน

การเดินทางสามารถนั่งรถไฟมาที่สถานี Soen ซึ่งห่างจากสถานี Sapporo ในเมือง 1 สถานีครับ แล้วเดินมาจากสถานีซัก 10-15 นาทีแบบสบายๆก็ถึงพอดีครับผม

DSC04755

เมนูมีเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะครับแต่ว่าเมนูมื้อกลางวันไม่มีเป็นอังกฤษ ทำให้ผมต้องงมไปตามระเบียบสุดท้ายก็ถามๆมาจนได้ 特選和牛4種セット (Tokusen wagyū 4-shu setto) มาครับ

DSC04756

เตาที่ร้านนี่ไฟแรงดีมากนะครับปิ้งไม่นานก็ทานได้ละ

特選和牛4種セット (Tokusen wagyū 4-shu setto) [2,160Yen]

ชุดนี้เป็นเซตเนื้อ Wagyu 4 ชนิด ซึ่งยอมรับเลยว่าผมแปลจากภาษาญี่ปุ่นแล้วบางอันก็ยังไม่ Clearซะทีเดียว ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญผ่านมาช่วยแนะนำก็จะยินดีมากเลยครับเอาเป็นว่าผมจะรีวิวเท่าที่ลองแล้วรู้สึกละกันนะครับ

DSC04768DSC04782DSC04817

和牛トロカルビ (Wagyū torokarubi)

ประเดิมด้วยเนื้อประเภทแรกเลยครับ Torokarubi ย่างแปปๆไฟแรงพอดี แล้วก็จัดมาเข้าปากเลย ชิ้นนี้เนื้อนุ่มพอดีๆเลย ส่วนมันก็ไม่มากเกินไปอร่อยดีฮะ

DSC04783DSC04823

和牛上ささみカルビ (Wagyū-jō sasa mi karubi)

ชิ้นนี้มีมันส่วนข้างๆมากกว่าชิ้นแรกครับ มันจะเกาะเป็นกลุ่มอยู่พอตัว พอย่างออกมาแล้วจะได้เนื้อที่แน่นกว่าชิ้นแรกนิดหน่อยอร่อยเช่นกันครับจานนี้

DSC04785DSC04804

和牛 ランプ(Wagyū ranpu)

ชิ้นนี้มันแทรกจะน้อยกว่า 2 ชิ้นแรกนะครับพอย่างแล้วเนื้อก็นุ่มๆใช้ได้เลย จานนี้ก็อร่อยเช่นกัน

DSC04786DSC04819

和牛上カルビ (Wagyū-jō karubi)

จานนี้ผมรู้สึกว่าเวลาย่างมาแล้วมันเหนียวกว่าจานอื่นๆแบบรู้สึกได้เลยครับเหมาะกับคนชอบเคี้ยวหน่อย อร่อยไปอีกแบบฮะ (แต่ส่วนตัวผมชอบแบบเหนียวน้อยกว่านี้แฮะ)

DSC04769DSC04770

ส่วนในชุดอาหารกลางวันนี่ก็มีข้าว กิมจิ สลัดซุปแล้วก็ Soft drink อยู่ในชุดด้วยนะครับส่วน Soft drink ผมเลือกเป็น Melon Soda เพลินๆไปฮะ

DSC04771DSC04831

หลังจากทานเสร็จมีชาร้อนมาให้ด้วยนะครับ ปิดมื้อแบบสบายๆโดยรวมแล้วร้านนี้ก็เป็นร้านเนื้อย่างที่น่าสนใจอยู่ร้านนึงเลยแต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มาเที่ยวแบบมารีบๆไม่ค่อยมีเวลา เพราะว่าร้านไม่ได้อยู่ในห้างหรือแหล่งท่องเที่ยวเลย

ส่วนมื้อเย็นเท่าที่สอบถามมาแนะนำว่าถ้าใครจะมาทานก็จองไว้หน่อยก็ดีครับเพราะว่าร้านนี้บางทีมื้อเย็นคนเยอะพอสมควรจะได้ไม่ต้องรอนานนะครับ ส่วนรีวิวนี้ก็จบไปแล้ว ไว้เจอกันรีวิวหน้านะคร๊าบบบ

DSC04843

ส่วนนี่แถมของหวานจากร้าน Kitakaro ครัฟ Choux Cream ใส้แน่นๆ (165 Yen) สะใจมากๆครับผม 

DSC04991DSC04997

 

Oonoshouten

ชื่อร้าน : Oonoshouten (大野商店)
รายการอาหาร : Shishamo Sushi, Shishamo soup, deep Fried Shishamo and Grilled Shishamo
เวลาเปิดบริการ : 9:00~17:00 Lunch, Open on sundays
ที่ตั้งร้าน : 2丁目42番地 Miyuki Mukawa Yufutsu-gun Hokkaido, Japan
พิกัด GPS : 42° 34′ 34.84″ N 141° 55′ 34.81″ E

DSC04702

Greetings, today is a special day because I am writing a review about seasonal menu in Hokkaido region. As I am writing the review in November, Shishamo is a very seasonal menu from Mukawa.

Shishamo is a fish species unique to Japan and only found along the Pacific Coast of Hokkaido. Normally, Shishamo are dried before transportation because they could lose their freshness quite quickly. In this special occasion, I have an opportunity to try some Shishamo sushi which is very rare to find.

DSC04705DSC04706DSC04707

After driving for two hours from Sapporo to Mukawa, we have arrived at the restaurant that focuses on Shishamo products. Then I ordered my meal using the vending machine which also have some photos of each menu imprinted on.

DSC04708

DSC04725DSC04717

Shishamo Sushi set [with Shishamo soup and pickled vegetables] 1400 Yen

Normally, I have seen that Shishamo size is quite small and I am just surprised about the Shishamo Sushi. The texture is quite delicate and not too dry. Also, they have attached wasabi with the sushi for a little spicy kick.

DSC04715DSC04719

The soup was kind of bland with some vegetables and not too salty. Pickled vegetables were nice for some side dishes.

DSC04720

[Spicy grilled Shishamo] 500 Yen

Not so spicy for Thai though, the texture of grilled shishamo is very nice which you can eat whole fish. However, they does have a little bitter taste around their neck.

DSC04721

[Deep fried Shishamo] 300 Yen

A little bit too oily for me. However, I thought that maybe a little sauce could reduce the oiliness and this dish could be a lot better.

DSC04710

They also sell some dried Shishamo for souvenir including their pickled vegetables if you like the taste. Overall, I am very satisfied with the trip and it is very special experiences for me to try this seasonal menu. Hope you all have a wonderful day or night and See you again on the next review.

Summer Street

ชื่อร้าน : Summer Street
รายการอาหาร : กุ้งก้ามกราม, ปลาหมึก,หอยแมลงภู่ และ หอยเชลล์ญี่ปุ่น
เวลาเปิดบริการ : จันทร์-เสาร์ 16:00-22:00
ที่ตั้งร้าน : พหลโยธิน ซอยอารีย์ 2, กรุงเทพมหานคร พญาไท Thailand
พิกัด GPS : 13° 46′ 52.80″ N 100° 32′ 37.38″ E

DSC02864

สวัสดีคร๊าบ วันนี้ผมมารีวิวร้าน Food Truck แถบอารีย์ที่เป็นแนวปิ้งย่างซีฟู้ด การเดินทางสามารถใช้ BTS ลงสถานีอารีย์ แล้วเดินเข้ามาในซอยอารีย์ 2 ได้เลย

วันที่ไปลองนี่โชคดีไปช่วงที่ฝนกำลังจะตกฮะพอนั่งไปนิดเดียวฝนตกลงมาเต็มที่เลย แต่โชคดีที่ร้านมีการกางเต้นท์เลยได้บรรยากาศปิ้งไปสบายๆไม่ร้อนเลยแต่ตรงพื้นมีเปียกนะฮะช่วงในตก ถ้าใครมาก็ระวังกันด้วย

ชุดแรกที่สั่งไปเป็น Seafood Set (S) 399 บาท เลือกเมนูได้ 3 อย่างครับผมผมเลือกกุ้งก้ามกราม ปลาหมึก แล้วก็หอยแมลงภู่ไป

DSC02865

เริ่มที่ปลาหมึกก่อนเลย ปลาหมึกมาแบบสดๆดีฮะ ที่ร้านแนะนำว่าให้ปิ้งไปจนมันเริ่มสุกระดับหนึ่งแล้วค่อยตัดแบ่งเป็นชิ้นๆก่อนไปปิ้งต่อ แล้วหลังจากที่ลองปิ้งเองก็รู้สึกว่ามันหนึบบางทีติดตะแกรงด้วยพอปิ้งได้ที่ก็ลองปลาหมึกเลยฮะ ตัวปลาหมึกหนึบๆไม่เหนียวไป แปปเดียวหมดฮะจานนี้

หอยแมลงภู่นี่ที่ร้านแนะนำว่าให้ปิ้งไปซักพักจนสุกแล้วก็ตัดเส้นขนดำๆออกก่อนทานนะฮะ รสชาติใช้ได้เลยไม่มีกลิ่นเหม็น

ส่วนตัวกุ้งก็สดดีเหมือนกันฮะ อันนี้ปิ้งตามปกติเลย เนื้อกุ้งสดใช้ได้ฮะเนื้อไม่ยุ่ย ไม่เหลว อ้อ แล้วแอบมีกลิ่นกุ้งติดหัวกลับไปบ้านด้วยนะ

DSC02866DSC02872

น้ำจิ้มซีฟู้ด

DSC02873

ข้าวสวย โรยด้วยผงโรยข้าวมาอ่ะฮะแต่พ้มว่ามันเค็มไปหน่อย

DSC02874

หอยเชลล์ [70 บาท]ได้หอยเชลล์มา 6 ตัวฮะ มีตัวใหญ่เล็กผสมกันไปตัวหอยเชลล์นี่ย่างไปซักพักนะฮะ หอยสดดี แต่ทานเปล่าๆจะจืดไปหน่อยแนะนำกับน้ำจิ้มซีฟู้ดนี่จะเด็ดมาก

DSC02876DSC02880

มีชามให้ล้างมือหลังทานเสร็จด้วยนะคร๊าบ

DSC02885

โดยรวมแล้วร้านนี้ก็เป็นร้านซีฟู้ดปิ้งย่างที่บรรยากาศสบายๆดีฮะ (แหงล่ะ ผมไปตอนฝนตกนี่ส่วนตัวผมว่าของสดดีแล้วก็ราคาสาเหตุสมผลฮะ แล้วตอนผมทานเสร็จเห็นมีคิวแล้วนะถ้าไปก็ลองเช็คเวลากันดีๆ

DSC02887

Beirut

ชื่อร้าน : Beirut

ที่ตั้ง : 128 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิดบริการ: 11.00 am – 11.00 pm

Website: http://www.beirut-restaurant.com

DSC02117

สวัสดีคร๊าบ วันนี้ผมจะมารีวิวร้านอาหาร Lebanese กับร้านที่ชื่อ Beirut ครับ วันนี้ผมได้มาลองที่สาขาสุขุมวิทในซอยสุขุมวิท 39 ครับผม

ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่เคยลองอาหารแนว Lebanese มาก่อนเลย เคยแค่เห็นตามในทีวีผ่านๆมาบางเมนูอย่าง Falafel รีวิวนี้เลยจะเป็นการเล่าประสบการณ์เท่าที่ผมได้ลองมานะครับ

Set menu: Set of 4 choice + 2 pita bread เซตเมนูนี้เป็นการเลือกเมนู 4 อย่างมาในจานเดียวครับ แล้วจะมี pita bread ให้ 2 ชิ้นด้วย เหมาะกับการมาลองหลายๆเมนูว่าอันไหนถูกใจก่อนจะสั่งต่อครับผม

DSC02085

DSC02083

Pita Bread

DSC02081

Falafel ฟาลาเฟ่ – Vegetablespatties made form chick peas fava beans, onion, garlic, parsley, corianderserved deep fried with tahini sauce.

จานนี้กลิ่นงาแรงพอสมควรครับส่วนตัวเนื้อในก็กรุบๆกลิ่นเครื่องแกงไม่แรงเกินไปครับผม

DSC02079

DSC02086

Lamb Sambosa ซัมบูซ่าเนื้อแกะ – Springroll stuffed with lamb

ปอเปี๊ยะทอดเนื้อแกะจานนี้อร่อยมากครับแป้งทอดมาได้กรอบพอดีส่วนตัวเนื้อแกะไม่มีกลิ่นเหม็น แล้วก็มีกลิ่นเครื่องเทศมานิดหน่อย ที่ลองไปวันนี้ชอบจานนี้สุดล่ะฮะ

DSC02080

Beef Shawarma ชวามาเนื้อวัว

จานนี้มาเป็นเนื้อชิ้นคล้ายๆที่ทานในเคบับกลิ่นเครื่องเทศแรงอยู่ และบางส่วนไหม้เกรียมเลยครับจานนี้เฉยๆ

DSC02082

Motabel (Baba ghanouj) โมดาเบิ้ล –Baked eggplant puree with sesame paste and lemon juice topped with olive oil

โมดาเบิ้ลนี่ผมพึ่งเคยลองครั้งแรกเลยครับตัวเนื้อสัมผัสจะนิ่มๆแล้วก็มีรสเปรี้ยวกับกลิ่นน้ามันมะกอกนิดหน่อยส่วนตัวว่าแปลกดีครับ

DSC02087DSC02089

Mixed grill 3 Varieties (Lamb/Beef/Chicken)

เนื้อนี่อร่อยเลยครับชุ่มๆนิดหน่อยปรุงรสมาได้พอดี เครื่องเทศไม่จัดไปแปปเดียวหมดฮะส่วนแกะนี่เหนียวกับแห้งไปนิดครับและไก่ก็ปรุงรสได้ดีครับติดตรงบางส่วนไหม้ไปนิดแค่นั้น

DSC02093DSC02094

ผักและซอสไว้ทานเป็นเครื่องเคียงตัวซอสเขียวๆออกเผ็ดๆหน่อยครับ

DSC02095DSC02097DSC02108

ทานเสร็จมี Complimentary เป็นชาใส่ Herb ด้วยนะฮะ สดชื่นดี

DSC02114

โดยรวมก็เป็นการลองที่ถูกใจพอสมควรเลยฮะ อาหารไม่ได้แปลกเกินไป ยังคุ้นๆลิ้นทานได้อยู่บ้างเครื่องเทศร้านนี้ส่วนตัวผมว่าก็ไม่ได้แรงมากเกินไปนะทานได้เพลินๆ